เช้าที่แสนดีที่สวนสินสุข
สวัสดีครับทุกท่าน
ชีวิตย่อมสดใสอยู่เสมอถ้าเราเลือกที่จะสนุกกับมันนะครับ วันนี้เป็นวันดีครับ เป็นวันที่ผมเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะได้เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆให้กับชีวิตที่เหลืออยู่ ผมยังไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับ ยังอยู่สบายดี เพียงแต่เห็นว่าที่ผ่านมาเรายังไม่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่มันควรจะเป็นเลย คือแบบที่เราอยากทำนั่นแหละครับ ไม่ใช่แบบที่ควรจะเป็นในแบบที่ใครกำหนดให้เรา.. ซึ่งมันก็ไม่มีใครมากำหนดให้หรอกครับ บางครั้งเราก็ไปคิดเอาเอง เรียน เรียน เรียน... จนจบมหาวิทยาลัย แล้วก็เดินเข้าไปในออฟฟิศของนายจ้างผู้ลงทุนหรือรับราชการ แล้วแต่จังหวะของใครของมัน มันก็ดีอยู่นะครับ ผมว่ามันก็มีประโยชน์อยู่ดีนั่นแหละครับ เพียงแต่ตอนนี้สำหรับผมมันถึงเวลาแล้วที่จะก้าวไปสู่สิ่งใหม่ ไปสู่ความท้าทายครับ ท้าทายอย่างสุดยอดเลยก็ว่าได้ เพราะว่าผมไม่รู้เลยว่าอนาคตมันจะเป็นอย่างไร ผมกระโดดลงจากเรือลงไปในทะเลโดยที่ผมยังมองไม่เห็นฝั่ง แต่ผมรู้ว่ามันมีฝั่งอย่างแน่นอน ไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง ผมรู้ว่าผมมีภาระอันหนักอึ้งสะพายอยู่บนหลัง มันหนักครับ ผมรู้สึกได้ดี ที่จริงผมเพิ่งรู้อย่างจริงๆจังๆว่ามันหนักก็ตอนที่ผมตัดสินใจจะกระโดดลงทะเลนี่แหละ ตอนที่ผมกำลังก้าวออกมายืนอยู่ตรงขอบเรือนี่แหละครับ ไม่ใช่แค่ภาระบนหลังหรือบ่าอันหนักอึ้งเท่านั้นนะครับ ผมยังรู้ว่าสุขภาพผมมันไม่ธรรมดาอีกด้วย มันไม่ธรรมดาครับ ผมสุขภาพไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ ผมมีโรคประจำตัวที่หนักหนาสาหัส และผมเคยผ่านการผ่าตัดใหญ่ๆมาก็หลายครั้ง แต่ก็นั่นแหละครับ... แล้วไงล่ะ? เราจะบอกว่าเรามีสภาพไม่เหมือนคนอื่น แล้วเราจะเอามาเป็นข้ออ้าง มันก็คงไม่สมควรนะครับ ก็จะอ้างเพื่ออะไรล่ะครับ ยังมีคนอีกมากมายบนโลกนี้ที่มีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมเหมือนเราด้วยซ้ำ แต่ใจครับ ใจเท่านั้นที่จะนำพาเราให้ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ตรงที่ที่ใจอยากไปครับ
ผมกำลังจะก้าวออกไป ผมรู้ว่าผมมีภาระซึ่งมีทั้งเป้ใส่ของอันน้อยๆและบางอันก็ใหญ่ๆ อยู่บนบ่าหลายอันเลยทีเดียว ผมยังมองไม่เห็นฝั่งเลย แต่ผมพร้อมแล้วที่จะกระโดดลงไปครับ ผมจะกระโดดลงไปในทะเลข้างหน้านี่แหละ ผมรู้ว่าผมสามารถเลิกล้มความตั้งใจที่จะกระโดดได้ กลับหลังหันแล้วก็เดินไปสู่สิ่งเก่าๆที่ก็ยังแสนดี(ในสไตล์ของตัวเอง)กับผมอยู่เหมือนเดิม แต่ ไม่หรอกครับ ผมว่ายน้ำเป็น ถึงแม้จะไม่แข็งแรงนัก แต่ผมก็จะว่ายไป ว่ายจนกว่าผมจะหมดแรง ผมรู้ว่าถ้าผมว่ายต่อไปเรื่อยๆผมก็คงจะถึงฝั่งจนได้สักวันหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมต้องทำเป็นอันดับแรกคือผมต้องเชื่อครับ ผมต้องเชื่อก่อนว่าตัวเองทำได้ ...และ ผมเชื่อครับ ผมเชื่อว่าผมทำได้ และผมจะทำ
ผมมักจะไปไหว้และอธิษฐานกับองค์พระธาตุที่ผมศรัทธาอยู่เสมอ ความสงบเงียบ อากาศที่เย็นสบาย และความสงบในใจของผมทำให้ผมรู้สึกมีพลัง มีความสุข สบายใจทุกครั้งที่ได้ไปกราบไหว้องค์พระธาตุนี้ครับ ผมมักจะอธิษฐานขออยู่เสมอว่าให้ผมมีกำลังใจที่เข้มแข็ง มีความกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในสิ่งที่ลูกผู้ชายควรทำ
วันนี้ผมมีโอกาสแล้วครับ ผมมีโอกาสที่จะได้ฟันฝ่า ใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวา จะได้ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ผมไฝ่ฝันครับ ผมตั้งใจว่าผมจะมีความรู้ มีความสามารถ แล้วใช้มันเพื่อครอบครัว เพื่อสังคมที่อยู่รอบๆ ตัว ผมตั้งใจจะเอาสิ่งดีๆที่ได้เจอในแต่ละวันมาบอกเล่าให้พี่ๆน้องๆได้อ่านกันและได้มาแลกเปลี่ยนกันด้วย ผมว่าเรื่องเล่าธรรมดานี่แหละครับที่น่าสนใจ แล้วพบกันใหม่ครับ


