เก็บลำไยขายครั้งแรก
สวัสดีครับ
วันนี้จะโม้เรื่องการเก็บลำไยครั้งแรกในชีวิตและการขายลำไยเป็นปีแรกในชีวิตเช่นกันครับ ต้องบอกเลยว่าสาหัสครับปีนี้ สาหัสมาก ราคาต่ำที่สุดในรอบหลายปี ไปขายลำไยก็ต้องคอยเข้าคิวกันเพื่อเอาลำไยที่เก็บแบบร่วงเป็นลูกๆใส่เข้าไปในเครื่องคัดแยกกันอีกเป็นชั่วโมงๆเลยทีเดียว หลายวันในช่วงนี้เราต้องออกจากบ้านกันแต่เช้า เก็บลำไยในสวนจนเย็นแล้วก็เอาขึ้นรถไปขายตามโรงงานที่รับซื้อกันอีก คอยกันจนสี่ห้าทุ่มหรือเที่ยงคืนตี่หนึ่งตีสองก็มีกว่าจะถึงคิวของเรา... เหนื่อยครับ แต่นี่ก็คือชีวิตของชาวสวนครับ ผมรู้สึกแปลกๆที่ได้มาสัมผัสกับชีวิตชาวสวนแบบเต็มตัวอย่างนี้ มันไม่เหมือนตอนที่ทำงานในห้องสี่เหลี่ย่มที่กรุงเทพฯครับ ที่นี่ห้องทำงานของเรามีท้องฟ้ากั้นอยู่ด้านบน ด้านล่างเป็นผืนดิน ผืนดินที่มีทั้งหญ้า มีหอยทาก มีใส้เดือน กิ้งกือ และอะไรอีกสารพัดเลย ผนังห้องของเราก็มองไปจนสุดสายตา ก็มีแต่ต้นไม้ครับ ใกลออกไปหน่อยก็ภูเขา จะว่าเหนื่อยก็เหนื่อยครับ แต่ก็หายเหนื่อยไปอย่างรวดเร็วเหมือนกันครับ
ผมชอบชีวิตของเกษตรกรอย่างนี้ครับ ผมจากเมืองแห่งความแออัดมาเพื่อมาเจอกับสวรรค์แห่งนี้ สถานที่ที่มีหมอกหนาลอยมาเย็นๆในตอนเช้าๆของหน้าฝน มีหมอกและความหนาว หนาวแบบเข้ากระดูกในหน้าหนาว และร้อนแต่ก็ไม่ร้อนจัดในหน้าร้อน แต่ได้อยู่ในสวรรค์เราก็ต้องมีของแลกเปลี่ยนครับ คือที่สำคัญเรื่องของรายได้ที่นี่ไม่ได้มากเหมือนที่เก่า ไม่ถึงเศษเสี้ยวเลยแหละครับ เพิ่งเล่าถึงเรื่องการไปขายลำไยมาในตอนต้นเรื่อง เห็นมั้ยครับว่าแค่กระบวนการขั้นตอนก็เป็นอะไรที่หนักหนาอยู่เหมือนกัน วันไหนไปขายกว่าจะกลับมาถึงบ้านก็สี่ห้าทุ่มหรือดึกกว่านั้นกันเลยทีเดียว เรื่องเงินไม่ต้องพูดถึงครับ น้อยจนน่าตกใจ ผมเริ่มจะเข้าใจชีวิตของเกษตรกรก็ตอนนี้แหละครับ ตอนทำงานในไร่ในนาหรือในสวน เราต้องอยู่กับแสงแดดที่ร้อนเกินไปในบางครั้ง ต้องเจอกับแมลงต่างๆเยอะแยะมากมาย บางตัวสีสวยๆแต่ก็ไม่ค่อยอยากเข้าใกล้มันหรอก แมงมุมตัวเล็กๆสวยๆก็เยอะแยะเหมือนกันครับ ได้เจอแบบไม่ซ้ำหน้าอยู่ตลอดเวลา หน้าฝนก็ตากฝน เปียกปอนจนตัวชื้นๆไปจนมันแห้งไปเอง ทนเอาครับ แต่ผมก็ไม่เคยเห็นพี่ๆคนงานบ่นเลยแม้แต่นิดเดียว ฝนตกก็ตากฝนไป ถ้ามันหนักก็หลบเข้าร่ม ถ้ามันจะเปียกก็เปียกไปสิ ชีวิตก็มีความสุขอยู่ตลอดเวลา เลิกงานก็เหล้าขาวนิดหน่อยพอเป็นพิธี ฮ่าๆ ชีวิตจะว่าไปก็มีความสุขกับธรรมชาติที่สวยงามอยู่เหมือนกันครับ เสียอย่างเดียวเรื่องรายได้ที่น้อยนิดจนทำให้บางครั้งทำงานไปแบบขาดทุนด้วยซ้ำ คือค่าปุ๋ยค่ายาที่ไปซื้อมาใส่นาใส่ไร่มันแพงเกินกว่ารายได้ตอนที่ขายผลผลิตนั่นเอง ผมตั้งใจว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆที่มันเป็นแบบเดิมๆให้ได้ ผมจะเริ่มทำที่สวนของผมก่อน จะทำให้มีรายได้ที่ดีและมั่นคง จากนั้นก็จะค่อยๆกระจายความรู้ออกไปสู่ผู้คนรอบข้าง ผมอยากให้ชาวไร่ชาวนามีวันที่ยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างมีความสุขครับ อย่างภาคภูมิด้วย เส้นทางแห่งความฝันของผมครั้งนี้มันคงจะไม่ได้ปูไว้ด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันก็จะเดินไปได้ครับ และผมจะไปด้วย ..

